พืชมีพิษร้ายแรง ตอนที่ 4

 

 

ในยุโรปนำพืชมีพิษร้ายแรงโดยใช้สตริกนินป้องกันและกำจัดสัตว์รบกวน มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 สตริกนินเป็นสารไม่ละลายในน้ำ แต่ละลายในแอลกอฮอล์และสารละลายอินทรีย์ มีรสขม มีพิษร้ายแรงถึงตายในคนและสัตว์ต่างๆ ในคนปริมาณที่พิษทำให้ตายคือ 15-30 มิลลิกรัม สตริกนินเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ ดูดซึมผ่านเยื่อบุนัยน์ตา/ปาก และการกิน  นักเขียนชอบนำอาการของคนที่ได้รับพิษจากสตริกนินมาเป็นส่วนประกอบของนวนิยายและภาพยนตร์ ในอดีตนิยมใช้ผสมเหยื่อกำจัดหนู  ตุ่น และหมาป่า ระดับความเป็นพิษผ่านทางการกินมีค่า LD50 (Lethal Dose เป็นขนาดของยาหรือสารที่ทำให้สัตว์ทดลองตายเป็นจำนวน 50% ภายใน 14 วัน) ในสุนัข โค กระบือ ม้า และสุกร ระหว่าง 0.5-1 มิลลิกรัม และในแมวที่ 2 ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ด้วยเหตุที่เป็นสารพิษร้ายแรงจึงถูกควบคุมการใช้เป็นส่วนผสมของเยื่อกำจัดสัตว์รบกวนชนิดเม็ดในปริมาณไม่เกิน 0.5% ย้อมเป็นสีแดง หรือเขียวให้มองเห็นแตกต่างจากลักษณะเดิมเป็นเกล็ดสีขาวคล้ายเกลือ สุนัขและแมวมักโดนพิษมากกว่าสัตว์ใหญ่ ภายหลังสตริกนินถูกทำให้แตกตัวในภาวะเป็นกรดของกระเพาะอาหารแล้วต่อมาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดที่ผนังลำไส้แพร่ไปยังเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ อย่างรวดเร็ว แสดงอาการเป็นพิษภายใน 30-60 นาทีเท่านั้น มีอาการทางประสาท กล้ามเนื้อเกร็ง อ่อนแรง อาเจียน  ชักกระตุกอย่างรุนแรง ในสัตว์จะยืนขายืดไปข้างหน้าข้างหลัง (sawhorse stance)  สูญเสียการทรงตัว เป็นไข้ อาจหยุดหายในในทันที เยื่อบุมีสีคล้ำเนื่องจากเซลล์ขาดออกซิเจน ม่านตาขยาย และตายในที่สุด เนื่องจากอาการอ่อนเพลียและขาดอากาศหายใจระหว่างชักกระตุก ถ้าไม่รักษาจะตายภายใน 1-2 ชั่วโมง  สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น นายสัตวแพทย์ธีรภาพ มุสิกานนท์ แนะนำว่าหากสุนัขกินเหยื่อพิษเข้าไปที่ยังไม่แสดงอาการชักหรือหมดสติ หลังจากได้รับสารพิษมาไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง ให้กระตุ้นให้อาเจียนเพื่อช่วยลดหรือชะลอความเป็นพิษ โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3 % ป้อนขนาด 1-5 ซีซี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือป้อนน้ำเชื่อมไอปิแค็ค 7 % (Ipecac) ป้อนขนาด 1-2 ซีซี. ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยอาจเจือจางด้วยน้ำในอัตราส่วน 1:1 หลังจากอาเจียนเอาสารพิษออกมาแล้วให้ทำการป้อนผงถ่าน (Activated charcoal) เพื่อเข้าไปช่วยดูดซับสารพิษ ในขนาด 0.5-4 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 10 เท่าของปริมาตรสารพิษที่รับเข้าไป โดยผสมผงถ่าน 1 กรัมในน้ำ 5 มิลลิลิตร (ซีซี.) แต่หากสุนัขมีอาการชัก ต้องรีบส่งโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตว์ใกล้บ้าน ส่วนในคนทางศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำให้กระตุ้นให้อาเจียน ซึ่งได้ผลดีในการกำจัดสารพิษภายในเวลา 4 ชั่วโมงหลังรับประทานสารพิษเข้าไป แต่ถ้าหลังจาก 12 ชั่วโมงไปแล้วไม่ค่อยได้ผล มีข้อห้ามถ้าผู้ป่วยหมดสติและไม่มีการตอบสนองหลังจากทดสอบรีเฟล็กซ์การขย้อน (gag reflex) โดยการใช้ไม้กดลิ้นหรือไม้พันสำลียาวแตะที่โคนลิ้นแล้วผู้ป่วยไม่อาเจียน ให้ผู้ป่วยดี่มน้ำ 1-2 แก้วแล้วล้วงคอให้อาเจียน วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยแม้ประสิทธิภาพไม่ค่อยดีนักแต่ก็ยังมีประโยชน์ในการปฐมพยาบาลผู้ป่วยสารพิษที่ยังไม่ถึงโรงพยาบาล  วิธีที่ได้ผลดีและปลอดภัยที่สุด คือการให้น้ำเชื่อมไอปิแค็ค ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชโดยมีสารที่สำคัญ 2 ชนิด คือ emetine และ cephaeline เป็นสารสกัดจากพืชสกุล Ipecacuanha  วงศ์เข็ม (Rubiaceae) ซึ่งเป็นไม้เถาเลื้อยแถบอเมริกาใต้ สารทั้งสองชนิดนี้ทำให้อาเจียน โดยการกระตุ้น ศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมองและยังทำให้เยื่อบุในกระเพาะอาหารระคายเคือง จึงทำให้เกิดการบีบตัว น้ำเชื่อมไอปิแค็คเตรียมจากน้ำสกัดไอปิแค็ค 6 ซีซี. น้ำส้มสายชู หรือกรดแอซิติกเจือจาง 2.5 ซีซี. และกลีเซอรอล (glycerol) 10 ซีซี. แล้วเติมน้ำเชื่อมจนครบ 100 ซีซี.  ป้อนผู้ป่วยในปริมาณ 30 ซีซี. แล้วดื่มน้ำเปล่าตามอีกประมาณ 2 แก้ว ถ้าผู้ป่วยไม่อาเจียนภายใน 20 นาที สามารถที่จะให้น้ำเชื่อมไอปิแค็คอีก 30 ซีซี. ผู้ป่วยจะอาเจียนภายในเวลา 10-20 นาที และขับสารพิษออกมาได้ประมาณครึ่งหนึ่งของที่รับประทานเข้าไป หลังจากรับประทานครั้งแรกแล้วผู้ป่วยประมาณ 80% จะอาเจียน และอีกประมาณ 15% จะอาเจียนภายหลังจากรับประทานครั้งที่ 2 การให้น้ำเชื่อมไอปิแค็คส่วนใหญ่แล้วไม่มีอาการข้างเคียง มีส่วนน้อยอาจจะมีอาการอาเจียนเป็นระยะเวลานานถึง 6 ชั่วโมงได้ ห้ามใช้น้ำสกัดไอปิแค็คเพราะว่ามีความเข้มข้นของสารอัลคาลอยด์มากกว่าน้ำเชื่อมไอปิแค็คถึง 14 เท่า ถ้าผู้ป่วยรับประทานเข้าไปอาจมีอาการข้างเคียง เช่น ท้องเสีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ชีพจรเต้นผิดปกติ กล้ามเนื้อไม่มีแรง และชัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการอื่นที่อาจจะช่วยให้ผู้ป่วยอาเจียน แต่ประสิทธิภาพไม่ดีหรืออาจจะมีอาการข้างเคียงได้ เช่น การให้ดื่มน้ำเกลือเข้มข้น ซึ่งนอกจากจะไม่ดีแล้วผู้ป่วยยังอาจเกิดภาวะเกลือเกินได้โดยเฉพาะในเด็ก ที่สำคัญต้องรีบนำส่งผู้ป่วยไโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ลูกดอก ลูกธนูอาบยาพิษ จัดเป็นอาวุธไม้ตายในยุคโบราณ …อ่านต่อตอนที่ 5

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *