พืชมีพิษร้ายแรง ตอนที่ 3

 

 

น้อยหน่า (Annona squamosa) วงศ์กระดังงา (ANNONACEAE) ในเมล็ดมีสารพิษชื่อแอนโนนิน (annonin) มีฤทธิ์ฆ่าเหา แมลงศัตรูพืช แมลงสาบ ยุง เห็บ หมัด  ตอนเป็นเด็ก คุณครูเอาเมล็ดมาบดให้แตกแล้วแช่ไว้ในน้ำคืนหนึ่ง นำน้ำหมักมาชโลมผมกำจัดเหาได้ชะงัก รวมทั้งหิดตามง่ามนิ้วมือนิ้วเท้า


รูปที่ 5 รูปวาดต้นละหุ่ง (cr: http://www.africamuseum.be)
   


รูปที่ 6 รูปวาดผลน้อยหน่า (cr: http://plantgenera.org/)

พืชในวงศ์ตีนเป็ด (Adocynaceae) หลายชนิดมีพิษ เช่น  Adenium boehmianum นำกิ่งและรากมาต้มให้ยางแยกออกมาแล้วใช้ไม้ป้ายยางเหนียวผึ่งลม วัชพืชน้ำนม (Milkweed) หรือโมโฮแลนท์จา (Moholantja; Asclepias stellifera) วงศ์พลับพลึง (Amaryllidoideae) เช่น กิฟโบล (Gifbol) หรือวัชพืชล้มลุก (trumbleweed; Boophane disticha) พืชพื้นเมืองในอัฟริกา เป็นต้น

สารพิษจากพืชที่มีพิษร้ายแรงอีกชนิดหนึ่ง คือ “สตริกนิน (Strychnine)” มีชื่อเรียกอย่างอื่น เช่น Strychnidin-10-one, Strychnos, Stricnina, Certox, Sanaseed เป็นต้น ได้อปือกากปื่อสกท “สตริกโนส (Strychnos)” มาจาภาษากรีกหมายถึง nightshade and manikos = ความเป็นพิษต่อระบบประสาทส่วนกลางที่ทำให้เป็นบ้า (mad, recalling the toxicity of the ulant on the central nervous system) เป็นสารพิษชนิดอัลคาลอยด์ (= สารสารอินทรีย์ที่ได้จากพืช มีสมบัติเป็นเบส ในโมเลกุลจะประกอบด้วยธาตุไนโตรเจนอย่างน้อย 1 อะตอม)  พบในพืชเขตร้อนหลายชนิด เช่น เมล็ดต้นแสลงใจ (nux vomica tree) ที่รู้จักกันดีว่าเป็นพืชพิษที่ร้ายแรงถึงกับเรียกว่า “พืชงูพิษ (Snake wood)”  แสลงใจมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Strychnos nux-vomica เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์กันเกรา (LOGANIACEAE หรือ STRYCHNACEAE) พันธุ์ไม้ในวงศ์นี้แพร่กระจายในเขตร้อนทั่วโลก มีประมาณ 20 สกุล 400 ชนิด กระจายพันธุ์ในประเทศไทย 6 สกุล 27 ชนิด พบในป่าพรุ 2 สกุล 6 ชนิด เป็นไม้ต้น 1 ชนิด เช่น ตีนเป็ดทราย ตีนเป็ดน้ำ โมก เป็นต้น คนไทยเรียกกันหลายชื่อเช่น ตุมกาแดง โกฐกะลิ้ง แสลงทม แสลงเบื่อ แสงโทน แสลงโทน แสงเบื่อ กระจี้ กะกลิ้ง ดีหมี ว่านไฟต้น ฯ และพบว่าในตำรับยาสมุนไพรไทยโบราณใช้ในปริมาณที่พอเหมาะไม่ถึงกับเป็นพิษ แต่ปัจจุบันถูกควบคุมโดยกระทรวงสาธาาณสุขจัดเป็นยาแผนโบราณที่เป็นยาอันตราย ไม่อนุญาตให้ใช้ในตํารับยาแผนโบราณ เช่น โกฐกะกลิ้ง (Strychnos nux-vomica) ยกเว้นยาที่ผลิตขึ้นโดยมีโกฐกะกลิ้งสําหรับรับประทานในมื้อหนึ่งไม่เกิน 60 มิลลิกรัม เมล็ดตีนเป็ดทราย (Cerbera manghas) และเมล็ดตีนเป็ดน้ำ (Cerbera odollam) ยกเว้นยาที่ผลิตขึ้นสําหรับใช้ภายนอก พญามือเหล็ก (Strychnos lucida R.Br. (Strychnos roberans) ยกเว้นยาที่ผลิตขึ้นโดยมีเนื้อไม้และ/หรือเปลือกพญามือเหล็กคิดเป็นน้ำหนักเนื้อไม้และ/หรือเปลือกแห้งสําหรับรับประทานในมื้อหนึ่งไม่เกิน 60 มิลลิกรัม เมล็ดในพญามือเหล็กเถา (Strychnos ignatii) และ Bergius (Strychnos krabionsis) ยกเว้นยาที่ผลิตขึ้นโดยมีเมล็ดในพญามือเหล็กเถาสําหรับรับประทานในมื้อหนึ่งไม่เกิน 60 มิลลิกรัม เป็นต้น  

สตริกนินถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักเคมีชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Joseph-Bienaim Caventou และ Pierre-Joseph Pelletier เมื่อปี ค.ศ. 1818 (พ.ศ. 2361) ในเมล็ดต้นต้นพญามือเหล็ก (Saint-Ignatius; Strychnos ignatii) พืชเถาเลื้อยชนิดหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์  

รูปที่ 7  รูปวาดต้นแสลงใจ (cr: http://wolf.mind.net)

ในยุโรปนำพืชมีพิษร้ายแรงโดยใช้สตริกนิน…อ่านต่อตอนที่ 4

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *