พืชมีพิษร้ายแรง ตอนที่ 1

 

 

ในตำนานกรีกโบราณกล่าวว่า แม่มดมีเดีย (Medea) หลานสาวของสุริยะเทพฮีลิออส (Helios) ใช้ต้นอะโคไนท์ (Aconite) ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าชนิดหนึ่งแถบยุโรป ทำยาพิษนำไปทาชุดและมงกุฎของหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังจะแต่งงานกับอดีตสามีของเธอจนตาย และยังใช้อะโคไนท์ผสมลงในถ้วยไวน์เพื่อฆ่าราชาธีซุส (Theseus) แห่งเอเธนส์ เป็นบันทึกเรื่องราวของพืชมีพิษร้ายแรง หรือเรียกว่า “พฤกษามหันตฆาต

ในยุคแรกๆ ก่อนปีคริสต์ศักราช 590 ราชาโอดีสยูส (Odysseus) ใช้หอกและลูกธนูชุบสารพิษจากต้นเฮลลิบอร์ (Hellebore) ทำลายศัตรู ในแถบเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา สิกขิม เป็นต้น มีบันทึกเป็นภาษาสันกฤตโบราณในคัมภีร์ฤคเวท (Rg Veda) และคัมภีร์อัทธารวะเวท (Atharva Veda) ตอนหนึ่งว่าคนในยุคโบราณรู้จักใช้สารพิษจากต้นอะโคไนท์ ทาหัวลูกธนูและผสมเหยื่อล่อในการต่อสู้ เป็นการบ่งบอกเราว่ามนุษย์ในอดีตมีภูมิปัญญารู้จักนำพิษจากพืชธรรมชาติที่เรียกว่า พิษชีวภาพ (biotoxin) มาเป็นอาวุธทำลายศัตรู ต่อสู้และล่าสัตว์เป็นเวลานานมาแล้ว เป็นความฉลาดของมนุษย์ที่รู้จักใช้ประโยชน์จากพืชมีพิษร้ายแรงต่างๆ

pic-1

รูปที่ 1  รูปวาดต้นอะโคไนท์
(cr: https://www.flickr.com)

ต้นอะโคไนท์ (Aconitium spp.) เรียกชื่อทั่วไปว่า ต้นมังค์ชูส (Monkshood) วงศ์พวงแก้วกุดั่น (Ranunculaceae) มีสารพิษอยู่ในรากหัว (tuber) พืชสกุลนี้มีอยู่ประมาณ 250 ชนิด ชนิดที่มีพิษร้ายแรงมากคือ พันธ์แนพเอ็ลลัส (A. napellus) ดอกสีม่วง และพันธ์ไลก็อกโทนัม (A. lycoctonum) ดอกสีเหลือง ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งพืชพิษทั้งปวง” พรานป่าในยุโรปนำส่วนรากหัวมาต้มในน้ำ เคี่ยวจนน้ำแห้ง จะได้ยางเหนียวสำหรับทาหัวลูกธนูล่าสัตว์ป่า มีฤทธิ์ฆ่าได้ทั้งสัตว์และคนอย่างรวดเร็ว นักรบนำมาผสมในน้ำเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามในช่วงสงครามยุโรปและเอเชียโบราณ อีกฉายาหนึ่งคือ “นักฆ่าหมาจิ้งจอก (Wolf’s bane หรือ Wolfsbane)” อาจเป็นเพราะว่าสมัยก่อนมีหมาป่าชุกชุมมากเกินไป เข้ามารบกวนและทำลายสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน จึงใช้อะโคไนท์ผสมเนื้อทำเหยื่อล่อเพื่อกำจัดหมาป่า หากคนหรือสัตว์ถูกพิษอะโดไนท์จะตายภายใน 2 – 6 ชั่วโมง  ชนเผ่าไมนาโร (Minaro) หรือบร็อคปา (Brokpa) ในเมืองละดาคฮ์ (Ladakh) ชายแดนประเทศปากีสถาน ใช้ลูกดอกชุบสารพิษจากต้นอะโคไนต์เพื่อล่าแพะภูเขา ยังมีการใช้ในประเทศคีร์กิสถานอีกด้วล  ชาวไอนุ (Ainu) บนเกาะฮอกไกโด เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่นใช้ล่าหมี  ชาวบูเทียส (Butias) และเล็ปชาส (Lepchas) ในรัฐสิกขิมและรัฐอัสสัมแถบตะวันออกของประเทศอินเดียใช้ล่าสัตว์  ส่วนในประเทศจีนใช้ลูกธนูชุบอะโคไนต์เพื่อล่าสัตว์และต่อสู้

pic-1

รูปที่ 2  รูปวาดต้นเฮลลิบอร์
(cr: http://www.artistsandillustrators.co.uk)

พวกอินเดียนแดงชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกาเหนือ เช่น อะปาเช่ (Apache) นาวาโฮ (Navajo) เชอร์โรกี (Cherokee) ฯ ใช้น้ำยางพิษจากพืชบางชนิดทาปลายลูกธนูและหอกสำหรับใช้ล่าสัตว์และต่อสู้ พืชที่ใช้บ่อย คือ เปลือกและใบของต้นสนยิว (Yew ; Taxus spp.) วงศ์ยัคคา (Taxaceae)  ยางต้นยัคคา (Yucca spp.)  วงศ์หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagaceae) นอกจากนี้ใช้ต้นป๊อปปี้สีทองแห่งอเมริกา (Americangolden poopy; Eschscholzia california) และต้นรากเลือด (Bloodroot ; Sangguinaria canadensis) วงศ์ฝิ่น (Papveraceae) รวมทั้งพืสสกุลลำโพง (Datura spp.) วงศ์มะเขือ (Solanaceae)  ดอร์นไลลี (Cornlily ; Veratrum californicum) วงศ์ตีนฮุ้งดอย (Melanthiaceae)  เฮลลิบอร์ (Helleborus foetidus) เป็นต้น จุ่มปลายลูกธนูในน้ำยางหรือนำพืชมาต้มแล้วแช่ลูกธนู เตรียมลูกธนูไว้จำนวนมากด้วการเก็บไว้ในกระบอกไม้ที่ด้านล่างเป็นดินเหนียวปั้นเป็นรูปกรวย

ชนเผ่าพื้นเมืองในแอฟริกา ชุบปลายลูกธนูและหอกด้วยสารพิษจากพืชมีพิษร้ายแรง . . . อ่านต่อตอนที่ 2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *